เพราะเธอคือ เนสตี เปเตซิโอ นักชกชาวฟิลิปปินส์เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก 2019

และรองแชมป์เอเชีย 2015 ที่เคยเจอกันมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งต่างฝ่ายต่างเอาชนะกันไปคนละครั้ง ทำให้ อิริเอะ ต้องใช้กลยุทธ์ล่อให้นักชกฟิลิปปินส์เดินเข้าหา โดยอาศัยช่วงแขนที่ยาวกว่าแย็บซ้ายเข้าไปเรื่อย ๆ ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเห็นผล เมื่อมันทำให้เธอออกนำตั้งแต่ยกแรก จนสามารถเอาชนะไปได้ 5-0 เมื่อสิ้นเสียงระฆังสุดท้าย

และนับตั้งแต่วินาทีนั้น ประตูแห่งประวัติศาสตร์ก็ได้เปิดขึ้นแล้ว ฝันที่เป็นจริง “ฉันพยายามบอกตัวเองว่านี่คือความจริง ฉันกลายเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ฉันยังไม่รู้สึกว่ามันเป็นความจริง ฉันจึงพยายามดูเหรียญทองของฉันอีกหลายต่อหลายครั้ง” อิริเอะ กล่าวกับ The Asahi Shimbun หลังสิ้นเสียงประกาศจากโฆษกบนเวที อิริเอะก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ จากนั้นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติก็ไหลออกมา น้ำตาที่เป็นเครื่องยืนยันว่าเธอไม่ได้ฝันไป มันคือเหรียญทองที่มีค่ากับเธอมากเพราะนอกจากจะทำให้เธอกลายเป็นนักมวยหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่คว้าเหรียญทองในโอลิมปิกแล้ว มันยังทำให้เธอทำตามความฝันได้สำเร็จ ความฝันของเด็กประถมคนนั้น “ฉันไม่ได้เป็นนักกีฬาที่มีพรสวรรค์ ฉันหวังว่าฉันจะสามารถส่งต่อกำลังใจ และยืนยันว่าเราจะได้รับอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่แน่นอน

ufabet
ถ้าเราทำงานหนัก” อิริเอะ กล่าวกับ Japan Times ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่า

มวยไม่ใช่กีฬาที่ป่าเถื่อนหรือโหดร้ายเสมอไป เพราะแม้แต่ อิริเอะ ที่ดูเป็นมิตร และมักมาพร้อมกับรอยยิ้มตอนอยู่นอกสังเวียน ก็ยังสามารถคว้าเหรียญในโอลิมปิกได้ “เมื่อคุณได้ยินว่าเด็กผู้หญิงอย่างฉันต่อยมวย คุณอาจจะคิดว่าเธอชอบใช้ความรุนแรงและอารมณ์ร้อน” เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกรุ่นเฟเธอร์เวทกล่าวต่อ “แต่ฉันและคนอื่นในทีมชาติก็ล้วนแต่อ่อนโยนกันทั้งนั้น

ดังนั้นฉันหวังว่าเหรียญทองของฉันจะช่วยเปลี่ยนมุมมองนั้น” สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้คนญี่ปุ่นหันมาสนใจกีฬาชนิดนี้ โดยหลังจากเธอคว้าเหรียญทอง แฮชแท็กคำว่ด้กลายเป็นเทรนด์ในทวิตเตอร์ญี่ปุ่น และมีการทวีตข้อความไปถึง 82,000 ครั้ง “ฉันหวังว่าการคว้าเหรียญทองในครั้งนี้ จะทำให้การรายงานข่าวมวยหญิงหรือกีฬาที่ผู้หญิงลงแข่งประเเภทอื่น ๆ มีมากกว่านี้” อิริเอะ กล่าวกับ Kyodo News อย่างไรก็ดี แม้ว่า อิริเอะ จะคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าโอลิมปิกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต เมื่อเธอประกาศว่าจะแขวนนวมหลังเรียนจบ หรืออีกแค่ 2 ปีข้างหน้าเท่านั้น “ฉันคิดว่าฉันจะเลิกต่อยมวยหลังเรียนจบ หลังโอลิมปิกฉันอาจจะเริ่มหางาน ฉันชอบกบมาก ดังนั้นฉันจึงอยากทำอะไรกับกบ หรือไม่ก็อาจจะเกี่ยวกับเกม เพราะว่าฉันชอบวิดีโอเกม” อิริเอะ บอกกับ The Asahi Shimbun ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือตั้งใจ เพราะสิ่งนี้ดันไปคล้ายกับชีวิตของ เก็งกิ โฮริงุริ ตัวเอกของเรื่อง “เก็งกิ ยอดนักสู้” ไอดอลในวัยเด็กของเธอ ที่ตัดสินใจแขวนนวมตอนอายุ 19 ปี หลังสามารถเอาชนะ

เคนจิ เซกิ นักชกที่เคยทำให้พ่อของเขาเสียชีวิตมาได้ ราวกับว่าเมื่อความฝันของทั้งคู่เสร็จสมบูรณ์แล้ว มันก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้กลับไป “ใช้ชีวิต” แบบปกติบ้าง โดยปล่อยให้การชกมวยเป็นแค่ฉากหนึ่งในชีวิตของพวกเขา เพียงแต่ว่าสิ่งนี้เป็นฉากสำคัญที่พวกเขาไม่มีวันลืม “ขอขอบคุณ Ganbare Genki ที่ฉันไปบังเอิญเจอตอนอยู่ ป.2 ฉันอยากจะบอกว่ามันทำให้ฉันมีความสุขมากตอนที่ฉันอายุ 20 ขอบคุณการ์ตูนเรื่องนี้จริง ๆ” อิริเอะกล่าวกับdaily.co.jp

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ suitecomptable.com สนับสนุนข่าวโดย ufabet